2005/Feb/04

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าที่รกและทึบ มีแม่ลูกคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในป่าที่ทึบและรกแห่งนี้ ชีวิตของทั้งคู่นั้นดำเนินมาโดยที่มีแค่ แม่ ลูก คุณยายที่อยู่บ้านไกลออกไปทางทิศตะวันออกของป่ารกและทึบ ส่วนพ่อนั้นไม่กล่าวถึงตามต้นฉบับ บ่ายวันอาทิตย์ แดดส่องเอื่อยๆ ไม่ร้อนมาก สองแม่ลูกทำขนมปังอบกรอบ ขอบไหม้ ส่งกลิ่นหืนเนื่องจากใส่จานไม่สะอาด และไม่รู้ว่าเอาแป้งมาจากไหนในป่าที่รกทึบหยั่งงี้ สองแม่ลูกตั้งใจจะทำขนมไปฝากคุณยายที่นอนป่วยด้วยโรคชราอยู่ทางทิศตะวันออกของป่า แก่ก็แก่ยังอยากอยู่ในป่าคนเดียว สองแม่ลูกไม่เคยฉงนในความไม่สมเหตุสมผลของการดำรงอยู่ของคุณยายเลย ลูกสาวหน้าตาหมดจดจิ้มลิ้มนิดๆ นั่งดูแม่อบขนมด้วยความสนใจ เพราะคิดว่าคุณยายไม่สบายกินขนมจะดีขึ้นมั้ยหว่า แต่ด้วยความเป็นเด็กไม่ขี้สงสัยเลยปล่อยความคิดผ่านสมองไปเฉยๆ คุณแม่ที่กำลังง่วนกับการทำขนมอบโดยรู้ทันลูกสาวว่าจะถามอะไร แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะให้คำตอบ เพราะว่าจะบอกลูกว่ามันตามเนื้อเรื่องก็กระไรอยู่ หลังจากขนมอบเสร็จแล้วคุณแม่ก็ให้ลูกสาวคนสวยไปหาผลไม้ในป่าทึบและรก เพื่อที่จะเอาไปฝากคุณยายลูกสาวก็ไม่สงสัยอีกว่าทำไมแม่ไม่ออกไปหาเองทั้งๆที่มันน่ากลัว ดันนั่งอบขนมอยู่บ้านซะงั้น แม่ได้แต่ยิ้มมุมปากมองลูกด้วยความเอ็นดู พร้อมหยิบหมวกกึ่งผ้าคลุมสีแดงสดให้ลูกสาวเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของเรื่องแต่ไม่ได้บอกให้ลูกสาวรู้แต่อย่างใด แม่ยังบอกว่าถ้าหาผลไม้ได้แล้วให้เดินเลยไปบ้านคุณยายเลยแล้วกันเอาขนมอบไปฝากคุณยายด้วย หนูน้อยหมวกแดงได้ออกจากบ้านพร้อมขนมอบกลิ่นหืนขอบไหม้ มุ่งมั่นไปหาคุณยาย เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงผลไม้ที่ได้มามีเพียงหน่อไม้ ใบหูกวาง และปลาสวาย เด็กน้อยเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าผลไม้... หนูน้อยหมวกแดงเดินมาทางทิศตะวันออกตามที่คุณแม่บอกโดยไม่อาศัยเข็มทิศแค่เดินไปตามความรู้สึกว่ามันคือทิศตะวันออกเท่านั้น

ระหว่างทางหมาป่าท่าทางหิวกระหายได้เห็นหนูน้อยเดินทางไปหาคุณยาย (หมาป่าได้แอบฟังเรื่องราวทั้งหมดตอนที่คุณแม่อบขนมอยู่นั่นเอง) หมาป่าได้เดินทางล่วงหน้าหนูน้อยหมวกแดงไปที่บ้านคุณยายอย่างรวดเร็วโดยอาศัยความสามารถของสัตว์ป่าไม่ได้อาศัยความรู้สึกอย่างหนูน้อยหมวกแดง เมื่อหมาป่าได้มาที่บ้านคุณยายก็ได้เคาะประตูเรียกคุณยายออกมา คุณยายซึ่งไม่สบายลุกมาจากเตียงเปิดประตูโดยไม่ถามไถ่ว่าใครเนื่องจากไม่เอะใจว่าใครมาเพราะว่าบ้านคุณยายอยู่กลางป่าลึกและรกทึบโดยปลูกอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ใกล้ผู้คนเลย พอคุณยายเปิดประตูก็พบว่าเป็นหมาป่า คุณยายตกใจเล็กน้อยแกมสงสัยว่าหมาเอาขาหน้าเคาะประตูยังไงแต่ข่มความสงสัยเอาไว้เพราะมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า นั่นคือ...หมาป่ามีธุระอะไรกับคุณยายนะ ถึงได้มีท่าทางดีใจขนาดนั้นหรือว่าจะมีข่าวดีมาบอก คุณยายแอบอมยิ้มเล็กๆ หมาป่าไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้ ง่ายจัง...หมาป่ารำพึง หมาป่าได้ลงปากกินคุณยายอย่างตะกละมีอาการจุกเล็กน้อยแต่กินน้ำตามก็สบาย คุณยายก็ได้ไปอมยิ้มในชาติหน้าอย่างสงบ แล้วหมาป่าก็ได้ปลอมตัวเป็นคุณยายโดยอาศัยผ้าห่มผืนน้อยห่มตัวหวังตบตาหนูน้อยผู้ไม่ขี้สงสัยอะไร และแล้วหนูน้อยหมวกแดงก็ได้เดินทางมาถึงบ้านคุณยาย หนูน้อยหมวกแดงเคาะประตูด้วยมือน้อยๆ ก๊อก ก๊อก เรียกคุณยายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนกึ่งตัดพ้อ ประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนูน้อยสงสัยแต่อย่างใด กล่าวสวัสดีคุณยายและเอาหน่อไม้ ใบหูกวาง และปลาสวายวางไว้บนโต๊ะ พร้อมทั้งชี้แจงว่านี่เป็นผลไม้ คุณยายหมาป่าส่ายหัวให้กับสิ่งที่หนูน้อยชี้แจงอย่างปลงตกและถอนหายใจหนึ่งครั้งเบาๆ คุณยายหมาป่าเรียกหนูน้อยผู้โชคร้ายมานั่งใกล้พร้อมให้เหตุผลว่าอยากได้ความอบอุ่นจากหลานสาว ทั้งๆที่ไม่ต้องให้เหตุผลก็ได้ หนูน้อยนั่งลงข้างคุณยายหมาป่า เอาใจด้วยการบอกว่าจะปอกเปลือกปลาสวายให้กินเพราะว่าเด๋วเก็บไว้นานมันจะเหี่ยวเสียก่อน คุณยายหมาป่าถอนหายใจอีกครั้งและอธิบายว่าปลาสวายมันไม่มีเปลือก หนูน้อยนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวกับคุณยาย "เอาเหอะน่า หยวนๆ" คุณยายหมาป่าเริ่มลังเลว่ากินหนูน้อยเข้าไปแล้วไอคิวคุณยายจะต่ำลงหรือไม่

โปรดติดตามตอนต่อไป...

Comment

Comment:

Tweet


-*- เร้าใจมั่ก
#1 by [siix-nature] At 2005-02-04 23:12,